Warning (2): is_dir(): open_basedir restriction in effect. File(/home/wmp/domains/wmp.or.th/public_html/app/webroot/) is not within the allowed path(s): (/var/www/vhosts/wmp.or.th/:/tmp/) [APP/Lib/FileUpload/FileUpload.php, line 46]
wmp.or.th
     
 
 

เสวนา ข่มขืน...ไกล่เกลี่ย ยอมความ

27 มิ.ย. 59 / อ่าน:768
 

     16 มิ.ย. 59 เวลา 10.00 น. มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีรายงานสถานการณ์ความรุนแรงทางเพศ ในหัวข้อ ข่มขืน ไกล่เกลี่ย ยอมความ เราจะออกจากวังวนนี้ได้อย่างไร?” ภายในงานมีการร่วมแลกเปลี่ยนจากผู้ประสบปัญหาความรุนแรงทางเพศ และการแสดงละคร สะท้อนปัญหาสังคม ชุด วังวนข่มขืน ไกล่เกลี่ย ยอมความ

     นางสาวจรีย์  ศรีสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมภาคีเครือข่าย มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เปิดเผยว่า จากการรวบรวมสถิติข่าวความรุนแรงทางเพศในรอบปี 2558 จากหนังสือพิมพ์ 14 ฉบับ ได้แก่ คมชัดลึก,ข่าวสด,มติชน,เดลินิวส์,แนวหน้า,ไทยโพสต์,กรุงเทพธุรกิจ,บ้านเมือง,ไทยรัฐ,สยามรัฐ,ผู้จัดการรายวัน,สยามกีฬา,พิมพ์ไทย,โพสต์ทูเดย์ พบว่ามีข่าวความรุนแรงทางเพศ ทั้งหมด 306 ข่าว มากที่สุดคือข่าวข่มขืนรุมโทรม 224 ข่าว คิดเป็น 73.2% และมีผู้ที่เสียชีวิตถึง 20 ราย คิดเป็น 60% อาชีพของผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่เป็นนักเรียน/นักศึกษา 53.5% สำหรับปัจจัยกระตุ้นมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 30% รองลงมามีปัญหาการยับยั้งอารมณ์ทางเพศ 23.3% ที่น่าห่วงคือ อายุผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 1-20 ปี และน้อยที่สุดคือ ปี เดือน สูงสุดคือ 86 ปี ทั้งนี้ ผู้กระทำ 46% เน้นที่คนใกล้ชิดและรู้จัก ขณะที่จังหวัดหรือพื้นที่ที่ใช้ก่อเหตุมากที่สุด คือ กรุงเทพฯ รองลงมา ชลบุรี และสมุทรปราการ

     “ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ถูกกระทำ มีทั้งทางด้านจิตใจ หวาดผวา ระแวง ซึมเศร้า รองลงมาคือ สูญเสียทรัพย์ ถูกบังคับมีเพศสัมพันธ์หลายครั้ง ถูกทำร้ายร่างกายสาหัส สถานที่ใช้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นที่พักของผู้ถูกกระทำ 21.4% และที่พักผู้กระทำ 19.9และที่สำคัญผู้ที่ก่อเหตุ ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ค้าขาย  หรือมีแม้กระทั่งเป็นนักเรียนนักศึกษา ครู/อาจารย์ อาจกล่าวได้ว่า การกระทำความรุนแรงทางเพศถือเป็นปัญหาที่สะท้อนวิธีคิดจากระบบชายเป็นใหญ่ซึ่งถือว่าเป็นรากเหตุแห่งปัญหาคือผู้กระทำใช้อำนาจเหนือบังคับให้เป็นไปตามที่ตนเองต้องการเป็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างหญิงชายโดยเฉพาะเรื่องเพศที่ผู้ชายไม่ได้ถูกปลูกฝังให้มีการควบคุม ผู้ชายจึงมักแสดงพฤติกรรมทางเพศแบบไหนก็ได้ผู้ชายส่วนหนึ่งจึงใช้อำนาจกับผู้หญิงในเรื่องเพศดังนั้นในการแก้ไขปัญหานี้จำเป็นอย่างยิ่งต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด มนุษย์ทุกคนต้องเคารพเนื้อตัวร่างกายผู้อื่น” นางสาวจรีย์ กล่าว

     นางสาวอังคณา  อินทสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า จากข้อมูลการให้คำปรึกษาผู้ถูกกระทำความรุนแรงทางเพศของมูลนิธิฯ พบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงอายุไม่เกิน 20 ปีที่ถูกกระทำจากคนใกล้ตัวหรือคนในครอบครัว ที่สำคัญคือผู้ประสบปัญหาส่วนใหญ่ไม่ทราบขั้นตอนการดำเนินคดีความจึงทำให้คดีขาดอายุความ พยานหลักฐานไม่พร้อมเกิดความท้อและอายที่ต้องเล่าเหตุการณ์ซ้ำหลายครั้ง ทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรม และกลไกการคุ้มครองของหน่วยงานรัฐอาจไม่สามารถคุ้มครองสิทธิ โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความผิดทางเพศที่ต้องไม่บัญญัติให้มีการยอมความในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ  

     “ส่วนใหญ่แล้วผู้ถูกกระทำมีภาวะความกลัวอายและมีผลกระทบต่อสภาพจิตใจที่รุนแรงนอกจากนี้การรวบรวมสถิติข่าวยังได้สะท้อนภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ไม่ได้มีกระบวนการหรือกลไก ป้องกันแก้ไขปัญหา เยียวยาผู้ถูกกระทำแบบรอบด้าน ทั้งกระบวนการเสริมพลังให้กล้าออกมาขอความช่วยเหลือ รวมถึงระบบช่วยเหลือที่เป็นมิตรดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้พนักงานสอบสวนรับแจ้งความดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับเพศโดยไม่อาศัยช่องว่างกฎหมายในความผิดข่มขืนสามารถยอมความได้ นอกจากนี้พนักงานสอบสวนต้องแจ้งสิทธิขั้นตอนและระยะเวลาในชั้นสอบสวนที่สำคัญต้องมีการตรวจร่างกายเพื่อบันทึกหลักฐานอย่างครบถ้วนและเป็นระบบ เคารพสิทธิ คุ้มครองสิทธิ 

     ด้านนายเอ (นามสมมติ) อายุ 53 ปี ผู้ปกครองที่มีลูกสาวเป็นคนพิการแล้วถูกข่มขืนกระทำชำเรา เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ลูกสาวของตนอายุ 21 ปี มีปัญหาบกพร่องทางการเรียนรู้ ถูกเพื่อนร่วมงานของตนข่มขืน เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22พ.ย.58 ผู้ก่อเหตุได้ปีนเข้ามาทางหลังคาบ้าน ขึ้นมาที่ชั้นสอง ซึ่งลูกสาวกำลังนอนอยู่ในบ้าน จากนั้นได้ชวนให้ออกไปข้างนอก แล้วพาขึ้นรถออกไปเพื่อข่มขืนหลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้พาลูกสาวของตนกลับมาส่งที่หน้าปากซอยบ้านแล้วให้เดินกลับเข้าบ้านเพียงลำพัง หลังจากนั้นตนได้ทราบเรื่องจึงพาลูกสาวไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน สน. ใกล้บ้านในวันที่เกิดเหตุทันที และให้ลูกสาวตรวจร่ายกายที่โรงพยาบาลตำรวจ และเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนได้นัดสอบปากคำ ครั้ง หลังจากนั้นไม่ได้รับการติดต่อกลับจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกเลย เป็นเวลานานกว่า6เดือน จากนั้นจึงได้เข้าไปปรึกษามูลนิธิหญิงชายก้าวไกลเพื่อให้ช่วยติดตามคดีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดี ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า

     “ผมไม่สบายใจและกังวลมาก เนื่องจากต้องพบหน้าผู้ที่ข่มขืนลูกสาวผมทุกวัน เพราะทำงานที่เดียวกัน สภาพจิตใจตอนนี้แย่มาก โดนขู่ในที่ทำงาน อีกทั้งคดีล่าช้าไม่มีความคืบหน้าและกลัวว่าคดีจะเงียบและหมดอายุความในอีก เดือน เวลาที่โทรติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยากมากไม่อยากที่จะรับโทรศัพท์ อ้างว่าออกไปศาล ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุข้างนอก หรือติดต่อเจ้าของคดีไม่ได้  ซึ่งคดียังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน สิ่งที่ต้องการตอนนี้คือ ขอให้ตำรวจเร่งทำคดีให้เร็วขึ้น โดยออกหมายจับให้ผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากผ่านมานาน ขอให้เอาตัวคนผิดมารับโทษ” นายเอ กล่าว

     ขณะที่นางสาวบี (นามสมมติ) อายุ 42 ปี ผู้ที่ถูกอดีตสามีบังคับให้มีเพศสัมพันธ์และบังคับให้ขายบริการทางเพศ กล่าวว่า ตนแต่งงานอยู่กินกับอดีตสามีมากว่า 20 ปี มีลูกชายด้วยกัน คน กระทั่งสามีมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เริ่มเสพสื่อลามกมากขึ้น และบังคับให้ตนมีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้ง แม้กระทั่งบังคับข่มขู่ให้ขายบริการทางเพศกับชายแปลกหน้า หากไม่ทำก็ถูกทำร้าย ทุบตี และไม่ให้เจอหน้าลูก ตนจึงต้องจำใจทำและตลอดเวลากว่า ปี ต้องถูกอดีตสามีบังคับให้มีเพศสัมพันธ์และบังคับให้ขายบริการทางเพศ

     “ชีวิตตอนนั้นย่ำแย่ อยากฆ่าตัวตาย แม้พยายามร้องขอความเห็นใจ และเล่าเหตุการณ์ให้ญาติอดีตสามีรับรู้แต่กลับถูกต่อว่าไปมีความสัมพันธ์กับชายอื่นเอง จึงต้องฝืนใจอดทน เพราะนึกถึงหน้าลูกทั้ง คน เมื่อสภาพร่างกายจิตใจบอบช้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายทนไม่ไหวหนีออกมาอยู่กับน้าสาว และติดต่อมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลให้เข้ามาช่วยเหลือ ร่วมกับหลายฝ่ายช่วยต่อสู้ทางคดีความ จนล่าสุดอดีตสามีถูกศาลตัดสินจำคุก ปี และได้รับเงินชดเชยเยียวยา ซึ่งถือว่าเราได้หลุดพ้นทุกข์มาทั้งชีวิต เริ่มมีชีวิตใหม่ได้ แม้ตอนนี้จะไม่ได้อยู่กับลูกเพราะฝ่ายนั้นเลี้ยงดูตั้งแต่เด็ก หลังจากนี้จะเดินหน้าต่อเพื่อฟ้องหย่า และขอให้ผู้ที่ได้รับความรุนแรงทางเพศ หรือผู้เสียหาย อย่าอายที่จะลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตนเอง ไม่มีคำว่าสาย” นางสาวบี กล่าว




มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.) 50/6 รัชดาภิเษก 42-44 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 Women and Men Progressive Movement Foundation 50/6 Ratchadaphisek 42-44 Rd., Chandrakasem , Chatuchak, Bangkok 10900, Thailand. Tel. 0 2513 2889 fax 0 2513 2856 e-mail : info@wmp.or.th
Admin