Warning (2): is_dir(): open_basedir restriction in effect. File(/home/wmp/domains/wmp.or.th/public_html/app/webroot//files/activity/2559/18-08-59/gallery) is not within the allowed path(s): (/var/www/vhosts/wmp.or.th/:/tmp/) [APP/Lib/FileUpload/FileUpload.php, line 46]
wmp.or.th
     
 
 

เสวนา ไขความจริง : พักตับ...หักดิบ...ลงแดง

22 ก.ย. 59 / อ่าน:534
 

     วันที่ 18 สิงหาคม 2559 เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ร่วมกับมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมเสวนา “ไขความจริง : พักตับ...หักดิบ...ลงแดง” 

     พ.อ.นพ.พิชัย แสงชาญชัย จิตแพทย์ กองจิตเวชและประสาทวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า จากกรณีข่าวเลิกดื่มเหล้าเข้าพรรษาแล้วเกิดอาการช็อกเสียชีวิต 2 คนนั้น จริง ๆ แล้วการหยุดดื่มเหล้าไม่ได้ทำให้เสียชีวิต แต่เกิดจากโรคแทรกซ้อนที่เป็นอยู่ ซึ่งคนที่ติดสุราคือดื่มทุกวัน หากไม่ดื่มแล้วจะมีอาการถอน ร่างกายมักจะมีปัญหาโรคแทรกซ้อนอยู่มาก อัตราการเสียชีวิตของคนกลุ่มนี้ จึงสูงไม่ว่าจะหยุดดื่มหรือไม่ก็ตาม แต่หากลดละเลิกได้ อัตราการตายของคนกลุ่มนี้จะลดลง อย่างไรก็ตาม ปัญหาคืออาการที่สมองติดสุรานั้นเมื่อหยุดดื่มจะเกิดอาการถอนสุรา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาการถอนไม่รุนแรง เกิดขึ้นในช่วง 3 - 5 วันแรก อาการเป็นสูงสุดในวันที่ 2 คือ มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ใจสั่น เหงื่อแตก เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ เป็นต้น แต่จะมีอยู่ประมาณ 5% ที่เกิดอาการถอนรุนแรง คือ มีอาการคลื่นไส้อาเจียนรุนแรง ชัก สมองสับสน มีอาการทางจิตแทรก เช่น หูแว่ว ประสาทหลอน เพ้อคลั่ง เป็นต้น ถือเป็นอาการฉุกเฉินที่ต้องไปพบแพทย์ทันที เพราะมีโอกาสเสียชีวิตได้ เช่น ชักรุนแรง สมองขาดออกซิเจนจนเสียชีวิต หรือสมองสับสนทำร้ายร่างกายตนเองและคนอื่น เป็นต้น

     “สำหรับกรณีผู้ป่วยเมาสุราแล้วเกิดอาการคลุ้มคลั่งเอาผ้ารัดคอหมอในโรงพยาบาลนั้น ก็ถือว่าเข้าข่ายอาการถอนรุนแรง คือ มีอาการทางจิตแทรก หูแว่ว ประสาทหลอน ซึ่งการรักษาแพทย์จะให้ยากลุ่มเบนโซไดอาซีแปม (benzodiazepine) เพื่อบรรเทาอาการถอนสุรา ป้องกันอาการชักและสมองสับสน เมื่ออาการคงที่ แพทย์จะลดปริมาณยาลงจนหมดไป รวมระยะเวลาในการรักษาประมาณ 7 - 10 วัน” พ.อ.นพ.พิชัย กล่าวและว่า การสังเกตว่าหยุดดื่มเหล้าแล้วจะมีอาการถอนรุนแรงหรือไม่ ในทางการแพทย์จะดูจากปัจจัยเสี่ยง คือ 1. ดื่มหนักดื่มนาน เทียบได้กับการดื่มเหล้าเกิน 1 แบนต่อวัน หรือเบียร์ 5 ขวดต่อวัน เป็นเวลา 5 ปีขึ้นไป 2. มีโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ โรคตับ เบาหวาน หลอดเลือดในสมอง ขาดสารอาหาร 3. เคยหยุดดื่มมาก่อนแล้วมีอาการชัก สับสน การหยุดดื่มครั้งต่อมาโอกาสถอนรุนแรงจะเกิดขึ้นได้มากและมากขึ้นเรื่อย ๆ 4. ติดสารเสพติดหลายอย่าง และ 5. ผู้สูงอายุ เพราะเป็นผู้ที่ดื่มมานาน และมีโรคแทรกอยู่มาก หากหยุดดื่มก็มีความเสี่ยงมากกว่า ดังนั้น คนทั่วไปสามารถหักดิบเลิกเหล้าได้เลย ไม่เป็นอันตราย เว้นแต่ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงถอนสุรารุนแรงดังกล่าวหากจะเลิกดื่มจึงควรเข้ารับคำปรึกษาในการเลิกสุราจากแพทย์ก่อน

     พ.อ.นพ.พิชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ คนติดสุราเป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการสมองฝ่อด้วย เมื่อถูกกระทบกระเทือน แม้จะไม่รุนแรงเส้นเลือดในสมองก็มีโอกาสฉีกขาดง่ายกว่าคนทั่วไป และคนติดสุราเลือดมักจะค่อย ๆ ออก และมีเกล็ดเลือดต่ำ ทำให้เลือดแข็งตัวช้า ทำให้เกิดอาการเลือดคั่งในสมองได้ ทั้งนี้ ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา หรือ 1413 สายด่วนเลิกเหล้าเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเพิ่มการเข้าถึงบริการเลิกเหล้า ซึ่งจากสถิติการให้บริการพบว่า 60% ที่โทรเข้ามาเป็นญาติ อีก 40% เป็นผู้ที่ดื่มสุรา ซึ่งแต่ละปีจะมีการโทร.ปรึกษามากกว่าหมื่นสาย ยิ่งช่วงเข้าพรรษาจะเพิ่มมากขึ้นเป็น 2 เท่า จึงขอฝากไปยังผู้ที่ตั้งใจงดดื่มและอยากงดต่อเนื่องหลังออกพรรษาจะส่งผลดีต่อสุขภาพกายใจแน่นอน นอกจากนี้ ภาครัฐควรมีการรณรงค์สร้างความตระหนัก ให้ความรู้เกี่ยวกับโทษพิษภัยของสุรากับประชาชนอย่างต่อเนื่อง มีการคัดกรองผู้ที่ติดสุรา เพื่อจูงใจผู้ดื่มหนักให้ปรับเปลี่ยน และนำผู้ติดสุราเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา รวมถึงพัฒนาขีดความสามารถต่อยอดการรักษาอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

     นายดำรงค์  เภตรา อายุ 71 ปี ชุมชนสวนอ้อย เขตคลองเตย ผู้ที่เคยหักดิบเลิกสุรา กล่าวว่า เคยพยายามเลิกดื่มสุรามาแล้วหลายรอบ แต่เลิกไม่ได้ จนกระทั่งมีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการลดละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กับทางมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล บวกกับมีปัญหาสุขภาพ เงินไม่เหลือเก็บ มีปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัวเป็นประจำ อีกทั้งสำนึกผิดที่เป็นตัวอย่างไม่ดีทำให้ลูกเกเรดื่มเหล้าติดยาเพราะตัวเองไม่ใส่ใจดูแลครอบครัว จึงตัดสินใจใช้วิธีหักดิบหยุดดื่มสุรา และตั้งใจเลิกดื่มตลอดชีวิตโดยใช้ช่วงเข้าพรรษาเป็นจุดเริ่มต้น ช่วงเลิกดื่มแรกๆ รู้สึกทรมานมาก ปวดหัว หงุดหงิด โมโหง่ายเห็นอะไรขวางหูขวางตาไปหมด นอนไม่หลับ เป็นอาการของคนลงแดง พยายามดื่มน้ำเปล่าแทนเหล้า ไม่คลุกคลีกับคนที่ชวนดื่ม หันมาดื่มน้ำสมุนไพรมากขึ้น จนผ่านมาได้ ปัจจุบันเลิกเหล้าได้ 7 ปีแล้ว มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น หันมาเป็นนักรณรงค์ทำงานเพื่อสังคม สิ่งสำคัญในการเลิกเหล้า คือจิตใจต้องตั้งมั่น ต้องเชื่อว่าเราทำได้ และคนรอบต้องให้กำลังใจเราด้วย ทั้งนี้ จากประสบการณ์ยืนยันได้เลยว่า คนที่หักดิบเลิกดื่มเหล้าแล้วเสียชีวิตไม่ได้มาจากหยุดดื่ม แต่เพราะปัญหาสุขภาพมีโรคประจำตัวอื่นมากกว่า

ที่มา http://manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9590000082534




มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.) 50/6 รัชดาภิเษก 42-44 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 Women and Men Progressive Movement Foundation 50/6 Ratchadaphisek 42-44 Rd., Chandrakasem , Chatuchak, Bangkok 10900, Thailand. Tel. 0 2513 2889 fax 0 2513 2856 e-mail : info@wmp.or.th
Admin