Warning (2): is_dir(): open_basedir restriction in effect. File(/home/wmp/domains/wmp.or.th/public_html/app/webroot/) is not within the allowed path(s): (/var/www/vhosts/wmp.or.th/:/tmp/) [APP/Lib/FileUpload/FileUpload.php, line 46]
wmp.or.th
     
 
 

เผยผลสำรวจพบผู้หญิงในกทม.-ปริมณฑลกว่า 36% ถูกคุกคามทางเพศบนรถสาธารณะ

9 มี.ค. 60 / อ่าน:760
 

 

เผยผลสำรวจพบผู้หญิงในกทม.-ปริมณฑลกว่า 36% ถูกคุกคามทางเพศบนรถสาธารณะ 

           ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายจัดงานวันสตรีสากล ชูประเด็นเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง เผยผลสำรวจพบผู้หญิงในกทม.-ปริมณฑลกว่า 36% ถูกคุกคามทางเพศบนรถสาธารณะทั้งโชว์อวัยะเพศ แอบถ่าย สะกดรอยตาม 1.6% เคยถูกข่มขืน-อนาจาร ชี้เดินทางกลางคืนเสี่ยงอันตรายสุดปลุกสังคมร่วมสอดส่องไม่นิ่งเฉย 

                เมื่อวันที่ 8 มี.ค.60 เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง ซึ่งประกอบด้วย องค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย เครือข่ายสลัมสี่ภาค และมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พร้อมด้วยแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับชมรมพนักงานสอบสวนหญิง และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ  จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2560 ภายใต้แคมเปญ “เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง” (Safe Cities for Women) โดยชูประเด็นหยุดการคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะ ที่บริเวณเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

            ทั้งนี้ ในงานมีการแสดงละครสั้นสะท้อนปัญหาการคุกคามทางเพศบนขนส่งสาธารณะ และการเสวนา     “คนกรุงเทพฯ จะเดินทางอย่างปลอดภัย ไร้การคุกคามทางเพศ ได้อย่างไร?” ซึ่งนำเสนอสถานการณ์ปัญหา จากผลสำรวจ ประสบการณ์จากนักศึกษาที่ประสบเหตุคุกคามทางเพศ แนวทางการช่วยเหลือผู้โดยสารของพนักงานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และกฎหมายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้น นางปานจิต จินดากุล ผู้ช่วยรองปลัดกระทรวงคมนาคม และผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เป่านกหวีด และติดสติกเกอร์รณรงค์หยุดการคุกคามทางเพศบนรถโดยสาร ขสมก. โดยรถวิ่งรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และจอดแวะทำกิจกรรมรณรงค์กับประชาชนผู้สัญจรไปมาตามป้ายรถเมล์ด้วย

            นางสาวรุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายนโยบายองค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองมีความเสี่ยงต่อปัญหาความรุนแรงทางเพศ โดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยในชุมชนแออัด และผู้มีรายได้น้อยที่ต้องใช้บริการขนส่งสาธารณะในเวลากลางคืน จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการถูกคุกคามทางเพศสูงสุด สะท้อนจากข้อมูลปี 2552-2556 มีจำนวนคดีข่มขืนสูงถึง 30,000 คดีต่อปีที่น่าห่วงคือมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพียง 4,000 คดี หรือเพียง 13% ของจำนวนคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมดเท่านั้น ขณะที่ล่าสุด กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้ประกาศว่า กทม. มีจุดเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยสูงถึง 217 แห่ง ดังนั้น ปัญหาความไม่ปลอดภัยของผู้หญิงจึงเป็นที่มาของกิจกรรมรณรงค์ครั้งนี้ ซึ่งตรงกับวันสตรีสากล 8 มี.ค.

      “เราหวังว่าจะช่วยสร้างความตระหนักถึงสิทธิของผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะ ที่จะเดินทางได้อย่างปลอดภัย ไร้อันตรายทุกรูปแบบ โดยแคมเปญ ‘เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง’ เป็นการรณรงค์ในระดับนานาชาติ ในประเทศไทยปีนี้เราเริ่มที่กรุงเทพฯและเขตปริมณฑลก่อน โดยมีรถเมล์ ขสมก. เป็นต้นแบบของขนส่งสาธารณะที่ช่วยป้องกันและลดภัยจากการคุกคามทางเพศ ซึ่งองค์การแอ็คชั่นเอดได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหน่วยงานต่าง ๆ ช่วยเป็นกระบอกเสียงสร้างความเข้าใจ รวมทั้งผลักดันให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเห็นความสำคัญ” นางสาวรุ่งทิพย์ กล่าว

          นางสาววราภรณ์ แช่มสนิท แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าวว่า เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์การคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่าง ก.ย.-ต.ค. 2559 โดยสำรวจจากผู้หญิงที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน1,500 คน ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตและพักอาศัยในกรุงเทพฯ นานกว่า 10 ปี  พบว่า ประเภทขนส่งสาธารณะที่ใช้บริการมากที่สุด คือ รถโดยสารประจำทาง รองลงมาเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ รถไฟฟ้าและรถสองแถวหรือรถตู้ เมื่อถามถึงสถานการณ์การเดินทางที่ผู้หญิงรู้สึกไม่ปลอดภัย และเสี่ยงต่อการถูกคุกคามทางเพศ คำตอบที่พบมากที่สุด คือ เดินเข้าซอยคนเดียว 26% เดินทางตอนเช้ามืดหรือตอนกลางคืน 25% นั่งรถแท็กซี่ 16% รองลงมาคือรถเมล์ รถไฟฟ้า รถตู้ รถสองแถว เรือ รถไฟ 13.5% และซ้อนมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 10%

            “มากกว่า 1 ใน 3 หรือ 36% ของผู้ตอบแบบสำรวจ เคยถูกคุกคามทางเพศขณะเดินทางหรือใช้บริการขนส่งสาธารณะ  ที่พบมากสุด คือพูดแซว พูดลามก 26% รองลงมาคือการผิวปากใส่ 18% ลวนลามด้วยสายตา 18% แตะเนื้อต้องตัวหรือใช้อวัยวะถูไถ 17% โชว์อวัยวะเพศหรือสำเร็จความใคร่ให้ดู 7% สะกดรอยตาม 7% และโชว์คลิปโป๊หรือแอบถ่าย 6% แต่ที่น่าตกใจคือ มีคำตอบจากผู้หญิงที่ตอบแบบสำรวจ 1.6% ระบุว่าเคยถูกทำอนาจารหรือข่มขืน” นางสาววราภรณ์ กล่าว

            นางสาววราภรณ์ กล่าวว่า เมื่อถูกคุกคามทางเพศ กลุ่มตัวอย่าง 38% ตอบโต้ด้วยการนิ่ง หรือชักสีหน้าไม่พอใจ หรือพยายามหลีกหนี ส่วน 21% ตอบโต้ด้วยการโวยวาย พูดเสียงดัง ตะโกนด่า ขณะที่ 16% เลือกที่จะเฉยเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทั้งนี้ มีเพียง 14% ของผู้ประสบเหตุ ที่เลือกแจ้งเหตุไปยังหน่วยบริการที่รับผิดชอบ และมีเพียง 12% ที่แจ้งตำรวจสำหรับ  สาเหตุที่ไม่ได้แจ้งเหตุ ส่วนใหญ่ตอบว่าอาย กลัวคนไม่เชื่อ กลัวถูกมองไม่ดี บางส่วนระบุว่าไม่แน่ใจว่ามีกฎหมายคุ้มครองเรื่องนี้และไม่รู้จะไปแจ้งเหตุกับใคร และอีกส่วนที่มองว่า ถึงแม้จะแจ้งเหตุ แต่เจ้าหน้าที่หรือตำรวจก็คงช่วยอะไรไม่ได้  อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนว่า หากหน่วยงานที่รับผิดชอบยังไม่มีระบบป้องกันหรือติดตามเอาผิดผู้กระทำการคุกคามทางเพศอย่างจริงจัง ผู้กระทำก็จะย่ามใจ เกิดการกระทำซ้ำเป็นวงจร และทวีความรุนแรงขึ้น ทั้งนี้ขอให้สังคมไม่นิ่งเฉย ช่วยกันร่วมเฝ้าระวังและเป็นหูเป็นตา

           นางสาวจรีย์ ศรีสวัสดิ์ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า มูลนิธิได้รวมรวบสถิติข่าวความรุนแรงทางเพศจากหนังสือพิมพ์ในปี 2558 พบว่า มีข่าวความรุนแรงทางเพศสูงถึง 306 ข่าว จำแนกเป็น ข่าวข่มขืน51.3% ข่าวอนาจารและการคุกคามทางเพศ 16.7% ข่าวพยายามข่มขืน 13.7% ข่าวความรุนแรงทางเพศกรณีชายกระทำต่อชาย 5.9% และเมื่อวิเคราะห์เนื้อหาข่าว พบว่าความรุนแรงทางเพศมีปัจจัยกระตุ้นมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงถึง 30% โดยผู้ถูกกระทำที่อายุน้อยที่สุดเพียง1 ขวบ 8 เดือน  ทั้งนี้ อยากฝากว่าการแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศต้องเริ่มจากปรับเปลี่ยนวิธีคิด ในกรณีที่เกิดปัญหาแล้วต้องปกป้องคุ้มครองสิทธิผู้ถูกกระทำอย่างเข้าใจ ไม่กระทำซ้ำ ให้เข้าถึงบริการของรัฐได้อย่างสะดวก ขณะที่สังคมต้องมีมาตรการช่วยเหลือ ไม่นิ่งเฉย และมีมาตรการเอาผิดผู้กระทำ ที่สำคัญต้อง ปรับปรุงระบบการเดินทางให้ปลอดภัย เช่น มีไฟฟ้าส่องสว่างทั่วถึง มีมาตรการควบคุมปัจจัยกระตุ้น เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

            นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. สนับสนุนการดำเนินงานป้องปรามการคุกคามทางเพศของ ขสมก. มาตั้งแต่ปี 2553 และโครงการมีความก้าวหน้ามาก โดยในระยะแรกเน้นการคุ้มครองพนักงานจากการคุกคามทางเพศในที่ทำงานก่อน ผลสำรวจของโครงการป้องปรามการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ในปี 2556 ที่สำรวจกลุ่มตัวอย่างพนักงาน 1,500 คน มีผู้ตอบว่าเคยมีประสบการณ์ถูกคุกคามทางเพศ 22.5% และมีผู้ตอบว่าไม่แน่ใจ 27.7% โดยในจำนวนพนักงานที่ตอบว่าเคยถูกคุกคามทางเพศ ส่วนใหญ่หรือประมาณ 2 ใน 3 เป็นเพศหญิง ทั้งที่เป็นการคุกคามโดยผู้โดยสารบนรถ คุกคามโดยเพื่อนพนักงานด้วยกันเอง หรือจากหัวหน้างาน ขสมก. จึงได้พัฒนากลไกรับเรื่องร้องเรียนภายในขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อแก้ไขปัญหานี้ และในปี 2558 ขสมก. ได้ประกาศใช้ “นโยบายและแนวปฏิบัติ เรื่อง การป้องปรามการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน” ขึ้น ทำให้ ขสมก. กลายเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรกของประเทศไทย ที่มีนโยบายและกลไกป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศที่ชัดเจน และปัจจุบัน ขสมก. ได้ขยายมาตรการจากการคุ้มครองสวัสดิภาพของพนักงานในองค์กร มาสู่การดูแลสวัสดิภาพความปลอดภัยของผู้โดยสารด้วย โดยมีการจัดอบรมพนักงานใหม่ให้เข้าใจรูปแบบการคุกคาม และเรียนรู้แนวปฏิบัติในการสอดส่องดูแลและช่วยเหลือผู้โดยสารที่ประสบปัญหา

            ด้านนางยงค์ฉิมพลี พนักงานเก็บค่าโดยสาร ขสมก. กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ทำงานมากว่า 37 ปี พบเจอเหตุการณ์ลวนลามคุกคามทางเพศบนรถโดยสารบ่อยครั้ง เช่น ผู้โดยสารหญิงถูกเบียดทั้งที่รถไม่แน่น หรือผู้ลวนลามจงใจวางแขนสองข้างคร่อมพนักพิงที่นั่งด้านหน้า จนผู้หญิงที่นั่งเบาะหน้ารู้สึกไม่ปลอดภัย บางรายยืนโหนราวแล้วโยกตัวไปถูไถผู้โดยสารอื่นทั้งที่รถไม่ได้เบรก หรือถ้านั่งเบาะคู่ ผู้กระทำก็จะเบียดตัวเขาไปจนติดกับผู้หญิงที่นั่งข้าง ๆ และมีกระทั่งการแอบรูดซิปกระโปรงจากด้านหลังเพื่อทำให้อับอาย ส่วนพนักงานเก็บเงินหญิงเองก็ถูกลวนลามทางสายตา หรือจับมือขณะทอนเงิน พฤติกรรมเหล่านี้เป็นภัยใกล้ตัว ซึ่งการช่วยเหลือของพนักงาน ขสมก. ส่วนมากจะใช้วิธีส่งเสียงดังให้ผู้โดยสารอื่นได้ยินเพื่อเป็นแนวร่วม และพาผู้โดยสารหญิงที่ถูกลวนลามลุกไปนั่งที่อื่น

        “ขอฝากเตือนผู้หญิงที่ขึ้นรถเมล์ ให้ระมัดระวัง หมั่นสังเกตรอบตัว ไม่หลับขณะนั่งอยู่บนรถ หากมีเหตุการณ์ที่ส่อให้เห็นว่าไม่ปลอดภัยให้ตะโกนขึ้นมาดัง ๆ และรีบออกจากจุดที่ยืนหรือนั่งอยู่ทันที แล้วแจ้งให้พนักงานประจำรถทราบ เพื่อปกป้องสิทธิ และเข้าสู่ขั้นตอนการร้องเรียนเอาผิด โดยพนักงาน ขสมก. เคยแจ้งความเอาผิดกับผู้กระทำ โดยผู้กระทำส่วนใหญ่มักอ้างว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ล้อเล่น หยอกเล่น” นางยงค์ กล่าว

            หลังจบกิจกรรมรณรงค์ครั้งนี้แล้ว เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงจะขับเคลื่อนงานต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานให้บริการขนส่งสาธารณะ ต้องมีนโยบายและมาตรการที่ชัดเจนในการคุ้มครองดูแลผู้โดยสารให้สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยงกับภัยคุกคามทางเพศ




มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.) 50/6 รัชดาภิเษก 42-44 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 Women and Men Progressive Movement Foundation 50/6 Ratchadaphisek 42-44 Rd., Chandrakasem , Chatuchak, Bangkok 10900, Thailand. Tel. 0 2513 2889 fax 0 2513 2856 e-mail : info@wmp.or.th
Admin