Warning (2): is_dir(): open_basedir restriction in effect. File(/home/wmp/domains/wmp.or.th/public_html/app/webroot/) is not within the allowed path(s): (/var/www/vhosts/wmp.or.th/:/tmp/) [APP/Lib/FileUpload/FileUpload.php, line 46]
wmp.or.th
     
 
 

ระดมหัวคิด มาตรการกำราบชายเจ้าชู้

14 ม.ค. 56 / อ่าน:1488
 

ระดมหัวคิด มาตรการกำราบชายเจ้าชู้




 
เป็นข่าวร้อนเขย่าวงการ"ข้าราชการระดับสูง" ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พอสมควร เมื่อ นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวง ทส. ออกมาเผยว่า มีการโยกย้ายข้าราชการระดับซี 9 ของกระทรวง 15 ตำแหน่ง เหตุผลหนึ่งเพราะครบวาระ 

แต่อีกหนึ่งเหตุผลที่ตกเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วประเทศ เห็นจะเป็น ย้ายเพราะมีปัญหาครอบครัว ซึ่งที่ผ่านมามีบรรดาศรีภรรยาของเหล่าบิ๊กซี 9 เข้ามาร้องเรียนพร้อมร่ำไห้จำนวนมากว่า "สามีมีภรรยาน้อย (หลายคน)" 

เห็นกระทรวงทรัพยากรฯ ออกมา "เด็ดขาด" กับข้าราชการกระทรวงแบบนี้ ไม่รู้ว่าข้าราชการจอมเจ้าชู้กระทรวงอื่นจะร้อนๆ หนาวๆ บ้างไหม 

แต่ถ้าถามเหล่าองค์กรสตรี และผู้หญิงไทย คงน่าจะ "อมยิ้ม" กันทั้งประเทศ เพราะมาตรการดังกล่าว เหล่าสตรีวาดหวังไว้ว่าอยากให้เป็น "ชนวน" ที่ช่วยจุดไฟให้เกิดการแก้ปัญหาพฤติกรรม "เจ้าชู้" อย่างจริงจังเสียที 

กระนั้น หลายฝ่ายก็ยังกังวลว่าประเด็นฮอตนี้จะเป็น "ไฟไหม้ฟาง" ที่พริบตาเดียวก็เงียบหาย

"ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นแค่ไฟไหม้ฟาง" นายจะเด็ด เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล บอกด้วยน้ำเสียงห่วงใย

"เพราะเป็นเรื่องดี และอยากให้เป็นต้นแบบของหน่วยงานอื่นๆ เพราะสังคมไทยรับไม่ได้ ถ้าข้าราชการมีค่านิยมแบบนี้" เขาย้ำ ก่อน "จี้" ไปถึงสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง อยากให้นำเรื่องนี้มารณรงค์อย่างจริงจัง รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ด้วย

เป็นความ "จริงจัง" ชนิดที่ จะเด็ดขอเสนอวิธีการกำราบความเจ้าชู้ด้วยการตั้ง "กฎ" ออกมาให้ชัดเจน 

"อาจจะตั้งกฎขึ้นมาเพื่อลงโทษทางวินัย ตั้งแต่โทษเบาไปถึงโทษหนักสุด 

"สำนักงาน ก.พ. มีระเบียบลงโทษข้าราชการชายในเรื่องคุกคามทางเพศอยู่แล้ว น่าจะนำเรื่องนี้มาตั้งเป็นกฎระเบียบด้วย เพราะเป็นปัญหาใหญ่ซึ่งถ้าสามารถทำได้ จะทำให้ข้าราชการระวังตัวขึ้น แล้วคิดถึงครอบครัว คิดถึงอนาคตมากขึ้น" 

จะเด็ดยังเสริมอีกว่า นอกจากออกกฎระเบียบลงโทษผู้ชายแล้ว ควรจะมีการเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงออกมาร้องทุกข์มากขึ้น และคนที่รับร้องทุกข์ต้องเป็นคนที่เป็นกลาง ที่มาจากหน่วยงานอื่น เพราะถ้าเป็นหัวหน้างาน บางทีอาจเข้าข้างกันเอง

อีกหนึ่งแม่ทัพของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล นางสาวสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ บอกว่า 

"เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ที่กระทรวงทรัพยากรฯ แก้ปัญหาแบบนี้ เป็นถึงข้าราชการระดับสูงแต่มีภรรยาตั้ง 7 คนได้อย่างไร ไม่เหมาะสมมาก ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีกับลูกน้องเลย"

อย่างไรก็ตาม สุเพ็ญศรีเห็นว่า แก้ปัญหาเพียงแค่โยกย้ายให้กลับมาอยู่กับครอบครัว ยังไม่จบ แต่จะทำอย่างไรให้ตัวผู้กระทำไม่กลับไปประพฤตินอกลู่นอกทางอีก กระทรวงทรัพยากรฯ ต้องดำเนินการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเยียวทั้งสามีและภรรยา 

"การแก้ปัญหาต้องแก้ให้ไม่กลับไปกระทำซ้ำอีก พฤติกรรมเจ้าชู้เลิกได้ เพราะคนเราเกิดมาไม่ได้เจ้าชู้เลย แต่เกิดจากการกระตุ้น ส่งเสริม สนับสนุน และเลียนแบบ

"ดังนั้น ต้องฟื้นฟูทั้งหญิงและชาย ครอบครัวจะไปต่อได้ แต่ถ้าแก้ไม่ได้ ส่งต่อให้หน่วยงาน พม. เข้าช่วยแก้ไข เพราะมี พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว นำนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับครอบครัว เข้ามาช่วยแก้ไขได้" 

นอกจากนี้ สุเพ็ญศรียังแนะนำให้ผู้ก่อการกระทำไปดูเด็กๆ ที่ถูกทอดทิ้งตามบ้านพักต่างๆ ดูผู้ติดเชื้อ 

ดูผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมที่บ้านพักฉุกเฉิน จะได้รู้ว่าปัญหาที่คนเป็นผู้ชายก่อไว้ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงอย่างไร 

"ตรงนั้นจะเห็นชัดเจน ถึงเวลาสำคัญที่พวกก่อปัญหาจะเข้าใจปัญหานี้อย่างถ่องแท้ การตำหนิการประณามไม่มีประโยชน์ ต้องทำความเข้าใจเขา และคุยอย่างมีสติ เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของกันและกัน" สุเพ็ญศรี ว่าทิ้งท้าย 

ปิดท้าย ธนวดี ท่าจีน ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนหญิง ชี้ทางออกให้กับผู้หญิงที่ตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ว่า พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ไม่ว่าผู้หญิงจะอยู่ในสถานะใด เมียหลวง เมียน้อย ถ้าได้รับผลกระทบด้านร่างกาย หรือจิตใจ สามารถไปร้องทุกข์กับพนักงาน

เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับสามีภายใต้ พ.ร.บ.นี้ได้ 

"แต่ถ้าไม่อยากจะต้องมาปวดหัวทีหลัง ก่อนตัดสินใจคบหากับใครควรจะเช็กให้แน่ใจก่อนว่า เขามีภรรยาหรือยัง จดทะเบียนสมรสหรือยัง หย่าจริงหรือเปล่า โดย

สามารถไปเช็กได้ตามเขตต่างๆ ซึ่งขณะนี้มีระบบออนไลน์สามารถดูข้อมูลได้ทั่วประเทศ" 

สำหรับผู้ชาย ธนวดีเตือนว่า การไม่ซื่อสัตย์ต่อภรรยาเป็นความรุนแรงรูปแบบหนึ่งที่ส่งผลต่อจิตใจภรรยา ไม่ควรกระทำแบบนี้ อีกทั้งยังส่งผลไปถึงลูกด้วย 

"ปัญหานี้เป็นพื้นฐานใหญ่ของเด็กและเยาวชนที่เติบโตมาในบริบทของครอบครัวที่พ่อมีหลายบ้าน เด็กจะขาดความอบอุ่นและแบบอย่างที่ดี เราจะเห็นว่าในปัจจุบันมีปัญหาเด็ก เยาวชน กระทำความผิดมากขึ้น ทั้งลัก ชิง ปล้น ข่มขืน กระทำชำเรา ท้องไม่พร้อม ปัญหาเหล่านี้ รากฐานมาจากครอบครัวที่เด็กขาดความอบอุ่นทั้งสิ้น" 

เป็นปัญหาที่ผู้ชายต้องเห็นแก่ตัวน้อยลง รักครอบครัวให้มากขึ้น 

ธนวดีทิ้งท้ายว่า ถ้าอยากป้องกันไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้นเลย สังคมต้อง "ไม่ยอมรับ" ผู้ชายที่มีพฤติกรรมมากชู้หลายเมีย เพราะถ้าสังคมยอมรับ ผู้ชายจะไม่หยุดและหลอกผู้หญิงอื่นไปเรื่อยๆ 

"สังคมไทยต้องหันมาชำแหละ ชำระล้างทัศนคติยกย่องผู้ชายเจ้าชู้ ถ้าสังคมให้ความสำคัญและจริงจัง เชื่อว่าปัญหาจะลดลงมาก ยกตัวอย่างต่างประเทศ ถ้ามีพฤติกรรมชู้สาว นอกใจภรรยาเกิดขึ้น ถือเป็นความผิดทางวินัยที่ต้องลาออกจากการทำงาน"

ดูๆ ไป มีมากภรรยาดูจะมีแต่ปัญหายาวเป็นหางว่าว ไม่เหมือนรักเดียวใจเดียว ชีวีมีสุข แถมอนาคตไม่ดับด้วย

หน้า 25 มติชนรายวัน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2556 




มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.) 50/6 รัชดาภิเษก 42-44 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 Women and Men Progressive Movement Foundation 50/6 Ratchadaphisek 42-44 Rd., Chandrakasem , Chatuchak, Bangkok 10900, Thailand. Tel. 0 2513 2889 fax 0 2513 2856 e-mail : info@wmp.or.th
Admin