Warning (2): is_dir(): open_basedir restriction in effect. File(/home/wmp/domains/wmp.or.th/public_html/app/webroot/) is not within the allowed path(s): (/var/www/vhosts/wmp.or.th/:/tmp/) [APP/Lib/FileUpload/FileUpload.php, line 46]
wmp.or.th
     
 
 

เยาวชนชวนผู้ชายเล่นน้ำแบบแมนๆ “ไม่ฉวยโอกาส...สาดไม่แต๊ะอั๋ง”

11 เม.ย. 56 / อ่าน:1658
 

เยาวชนชวนผู้ชายเล่นน้ำแบบแมนๆ “ไม่ฉวยโอกาส...สาดไม่แต๊ะอั๋ง”


เยาวชนร่วม 100 ชีวิต ปล่อยขบวนคาราวานชวนผู้ชายโชว์แมน หยุดฉวยโอกาส "สาด..ไม่แต๊ะอั๋ง" พร้อมเผยผลสำรวจระบุ วัยโจ๋มองการลวนลาม-คุกคามทางเพศเป็นปัญหาใหญ่ อึ้ง! 43% มองเป็นเทศกาลแห่งโอกาสลวนลาม เป็นเรื่องปกติ ไม่ผิด กม.พบต้นเหตุจากน้ำเมากระตุ้น ขณะที่ 70% หนุนเปลี่ยนค่านิยมให้เกียรติกัน

       


 นายศุภชัย ใจยอง

       วันนี้ (4 เม.ย.) เมื่อเวลา 13.00 น.ที่ลานกิจกรรมใต้สะพานพระราม 8 นายศุภชัย ใจยอง ตัวแทนกลุ่มยังวีเซ็นเต้ เปิดเผยผลสำรวจ "มุมมองวัยรุ่นชายต่อปัญหาล่วงละเมิดทางเพศช่วงสงกรานต์" ในงานรณรงค์หยุดการคุกคามทางเพศของวัยรุ่นช่วงสงกรานต์ ภายใต้แคมเปญ"สาด...ไม่แต๊ะอั๋ง...แมนโคตรๆ" จัดโดยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก ว่า จากการลงพื้นที่สำรวจของเครือข่ายเยาวชนฯ ร่วมกับมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เพื่อสำรวจความคิดเห็นเยาวชนชายอายุระหว่าง 15 - 25 ปี จำนวน 664 ตัวอย่าง ในพื้นที่ กทม.เมื่อวันที่ 26-30 มี.ค. 2556 พบว่า กลุ่มตัวอย่างกว่า 72% มองเทศกาลสงกรานต์เป็นเทศกาลที่วัยรุ่นไทยให้ความสำคัญมากที่สุด รองลงมาคือวันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ และวันลอยกระทง ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเพราะเรื่องการสาดน้ำ ปะแป้ง 54% รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ 20% สามารถแตะเนื้อต้องตัวกันได้ 9% และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ 7% ส่วนปัญหาที่คิดว่าจะเกิดขึ้นมากในวันสงกรานต์ คือ ทะเลาะวิวาท 30% แต่งตัวล่อแหลม 27% อุบัติเหตุจากการขับรถ 16% การลวนลาม คุกคามทางเพศ 13% และการสาดน้ำรุนแรง 12%


       
       "เมื่อถามถึงปัญหาการลวนลาม คุกคามทางเพศของวัยรุ่นช่วงสงกรานต์ ปรากฏว่า กลุ่มตัวอย่าง 57% มองเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข และ 26% เป็นเทศกาลแห่งโอกาสใครๆ ก็ทำได้ไม่ต้องสนใจกฎหมาย ส่วน 17% มองเป็นเรื่องปกติ เมื่อถามถึงปัจจัยที่ทำให้การลวนลาม คุกคามทางเพศ กลุ่มตัวอย่างระบุว่า มาจากการดื่มสุรา 14% ค่านิยมที่ผิดไม่ให้เกียรติ ไม่เคารพสิทธิของผู้อื่น 9% เจ้าหน้าที่รัฐปล่อยปละละเลย 6% การยุยงส่งเสริมของเพื่อน 6% และการพึ่งพายาเสพติด 5%" นายศุภชัย กล่าว

       
       นายศุภชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังเห็นด้วยหากมีมาตรการป้องกัน แก้ปัญหาโดย 40% ต้องการให้บังคับใช้กฎหมาย 37% รณรงค์สร้างจิตสำนึก สร้างค่านิยมที่ถูกต้อง เคารพและให้เกียรติซึ่งกัน 23% มีหน่วยงานร้องเรียนช่วยเหลือให้คำปรึกษา ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างมากถึง 70% เห็นด้วยกับการรณรงค์ เปลี่ยนค่านิยมใหม่ ด้วยการให้เกียรติกัน ไม่ฉวยโอกาส ไม่ดื่มสุรา ไม่เสพสารเสพติด ไม่แต่งกายล่อแหลม และ 77% เห็นว่าสิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องปรับปรุงอย่างมากในช่วงสงกรานต์ คือการเข้มงวด ตรวจจับผู้ที่ทำผิดกฎหมายในพื้นที่ กทม.นอกจากนี้ กว่า 60% เห็นด้วยหากห้ามขาย ห้ามดื่มสุราในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์


น.ส.ดวงกมล ทองมาอิ่ม 

       
       น.ส.ดวงกมล ทองมาอิ่ม นักศึกษาชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยราชพฤษ์ กล่าวว่า สิ่งที่พบเห็นทุกปีเมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ คือ การเล่นสาดน้ำที่ไม่สร้างสรรค์ โดยเฉพาะวัยรุ่นหญิงต้องตกอยู่ในสภาพการถูกลวนลาม อนาจาร คุกคามทางเพศ และเหตุการณ์ที่ตนเองพบเห็น คือมีผู้หญิงขับรถมอเตอร์ไซค์เพื่อมาเล่นสาดน้ำ ถูกกลุ่มผู้ชายนับ 10 คน โอบกอด หอม จับก้น และจับหน้าอก จนต้องทิ้งรถเพื่อวิ่งหนีเอาตัวรอด และหากจะเปรียบเทียบพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ที่เสี่ยงและอันตรายมากที่สุดใน กทม.คือ ถนนสีลม รองลงมาคือ ถนนข้าวสาร เพราะยังควบคุมการจำหน่ายสุราไม่ได้ทั้งที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดปัญหา

       

       "การแต่งตัวของวัยรุ่นหญิงถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่เขาสามารถทำได้ โดยที่ผู้ชายไม่มีสิทธิฉวยโอกาสหรือเข้ามาลวนลามจับเนื้อต้องตัว และแม้ผู้หญิงจะแต่งตัวมิดชิดปิดทุกส่วนก็ยังถูกลวนลามได้เช่นกัน เพราะผู้ชายดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในขณะเล่นน้ำ อย่างไรก็ตาม ตนอยากเห็นสงกรานต์ปีนี้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ เล่นน้ำอย่างมีสติ ทั้งนี้ขอฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรจัดพื้นที่โซนนิงเล่นน้ำปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดเวลา แต่ก็อยากฝากถึงเพื่อนผู้หญิงให้ระมัดระวังในการแต่งตัวให้มากขึ้นด้วย" น.ส.ดวงกมล กล่าว


น.ส.อังคณา อินทสา

       
       ด้าน น.ส.อังคณา อินทสา ผู้ประสานงานฝ่ายส่งเสริมภาคีเครือข่าย มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า จากผลสำรวจข้างต้นสะท้อนว่า วัยรุ่นต้องการให้เร่งแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศ และต้องการให้สร้างจิตสำนึก เปลี่ยนค่านิยม ปรับทัศนคติใหม่ให้เกียรติซึ่งกันกัน ไม่ควรใช้เงื่อนไขเทศกาลสงกรานต์มาเป็นข้ออ้างเพื่อฉวยโอกาส เช่น การจูบ โอบกอด ถูกเนื้อต้องตัว วิจารณ์ร่างกาย พูดหยาบคาย ใช้สายตาลวนลามที่มีลักษณะส่อไปในทางเพศ ซึ่งถือว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย สามารถดำเนินคดีได้ ทั้งนี้หากผู้หญิงถูกกระทำ ต้องกล้าเอาผิดและออกมาปกป้องสิทธิตนเอง ส่วนผู้ชายนอกจากจะมีบทลงโทษตามกฎหมายแล้ว ควรถูกประจานเพื่อให้เกิดความอับอายไม่กล้าทำผิดซ้ำ เช่นเดียวกับในบางพื้นที่ที่ใช้วิธีนี้


       
       "เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น เจ้าภาพหลักในการจัดงานต้องตัดไฟแต่ต้นลม สร้างพื้นที่เล่นน้ำปลอดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงภาครัฐต้องบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติ เลิกความคิดชายเป็นใหญ่ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต้องหันมาให้ความสำคัญรับเรื่องร้องทุกข์ช่วยเหลืออย่างทันท่วงที อย่างไรก็ดี อยากให้ทุกคนช่วยกันรักษาวัฒนธรรมอันดีงาม และการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนของสังคมไทยไว้ ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ตำรวจก็อย่ามองเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กๆ ที่ยอมปล่อยผ่านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น" น.ส.อังคณา กล่าว


       
       ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในงานมีกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ชุด "ขอมือเธอหน่อย" จากนั้นปล่อยขบวนรถมอเตอร์ไซค์โบราณออกรณรงค์ เพื่อเชิญชวนวัยรุ่นหนุ่มสาวหยุดฉวยโอกาส หยุดลวนลาม คุกคามทางเพศช่วงสงกรานต์ โดยมีกลุ่มเยาวชนทั้งชายและหญิงเข้าร่วมกว่า 100 คน



 

      


ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ไทยรัฐออนไลน์คมชัดลึกออนไลน์




มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล (มญช.) 50/6 รัชดาภิเษก 42-44 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 Women and Men Progressive Movement Foundation 50/6 Ratchadaphisek 42-44 Rd., Chandrakasem , Chatuchak, Bangkok 10900, Thailand. Tel. 0 2513 2889 fax 0 2513 2856 e-mail : info@wmp.or.th
Admin