เสวนาส่องกล้องแรงงานไทย ในสถานการณ์วิกฤตกับคุณภาพชีวิตที่ถดถอย

วันที่ 29 เมษายน 2569 ที่โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพฯ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับมูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง และขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.) สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนาเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2569 หัวข้อ “ส่องกล้องแรงงานไทยในสถานการณ์วิกฤตกับคุณภาพชีวิตที่ถดถอย”

นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ที่ปรึกษามูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า วันแรงงานแห่งชาติเป็นวันที่คนงานกลุ่มต่าง ๆ ได้ออกมาสะท้อนถึงปัญหาในการทำงาน และเรียกร้องให้เกิดการแก้ไข เยียวยา และจัดสวัสดิการที่เหมาะสม โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต จากปัญหาเศรษฐกิจ วิกฤตสิ่งแวดล้อม ภาวะโลกร้อน และถูกซ้ำเติมจากภาวะสงครามที่ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อเนื่องถึงการขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น คนงานจึงเป็นกลุ่มที่ประสบปัญหาโดยตรง มีการถูกเลิกจ้างเดือนละราว ๆ 40,000 คน และแรงงานกลุ่มไรเดอร์ที่ทำงานตามแพลตฟอร์มถูกลดค่ารอบ ทั้งสองกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบทั้งรายได้และสุขภาพร่างกายและจิตใจอย่างหนัก แต่มาตรการของรัฐยังไม่สามารถรองรับปัญหานี้ได้ ดังนั้นจึงต้องมีเวทีสะท้อนปัญหาและข้อเสนอของคนงาน เพื่อให้รัฐบาลหามาตรการในการแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่าที่เป็นอยู่

นายวรดุลย์ ตุลารักษ์ นักวิจัยด้านเศรษฐกิจและแรงงาน ภายใต้โครงการพัฒนาความรู้และความเข้มแข็งด้านสุขภาวะแรงงานแพลตฟอร์ม กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจเติบโตต่ำ เงินเฟ้อสูง (Stagflation) และถูกซ้ำเติมจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาการกระจายรายได้และความเหลื่อมล้ำ ทำให้ประเทศไทยขาดความยืดหยุ่น และไม่พร้อมรับมือเมื่อต้องเผชิญกับวิกฤตใหม่ ๆ ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งในทุกวิกฤต กลุ่มที่ได้รับผลกระทบก่อนและรุนแรงที่สุดมักเป็นคนจนและแรงงานที่ไม่ได้รับการคุ้มครอง โดยเฉพาะแรงงานแพลตฟอร์มอย่างกลุ่มไรเดอร์ ซึ่งไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายแรงงานอยู่แล้ว ต้องแบกรับต้นทุนการทำงานที่สูงขึ้น ท่ามกลางสภาพการทำงานบนท้องถนนที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส และเผชิญกับฝุ่น PM 2.5 ขณะที่การตอบสนองของรัฐยังล่าช้า และขาดความเฉพาะเจาะจง เมื่อเทียบกับประเทศอย่างเกาหลีใต้หรือสิงคโปร์
นายวรดุลย์ กล่าวต่อว่า ข้อเสนอในเรื่องนี้จำเป็นต้องคำนึงถึงสวัสดิการรูปแบบใหม่ ๆ เช่น การจัดจุดพักและบริการน้ำดื่มในพื้นที่เมือง สนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นและชุดยูนิฟอร์มระบายอากาศ โดยให้แพลตฟอร์มเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดหาและดูแลสวัสดิการให้แก่แรงงาน เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่องบประมาณภาษีของประชาชน รวมถึงการกำหนดเกณฑ์หยุดพักงานเมื่ออุณหภูมิหรือค่าฝุ่นอยู่ในระดับอันตราย พร้อมทั้งพัฒนากลไกชดเชยต้นทุนพลังงานและความเสี่ยงในการทำงานอย่างเป็นธรรม เพื่อให้เกิดการคุ้มครองที่เป็นธรรม และช่วยให้แรงงานสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ภายใต้ภาวะวิกฤตที่ทวีความรุนแรงขึ้นโดยไม่ต้องแบกรับภาระเพียงลำพัง

นางประภาพร ผลอินทร์ ตัวแทนเครือข่ายไรเดอร์ กล่าวว่า ปัญหาการทำงานของกลุ่มไรเดอร์ในปัจจุบันคือค่ารอบที่ลดลงจากช่วงแรก ๆ ที่ 60–80 บาท เหลือประมาณ 20 กว่าบาท จากเดิมที่น้อยอยู่แล้ว ทำให้ต้องทำรอบมากขึ้น มีชั่วโมงการทำงานยาวนานขึ้น เพื่อให้ได้รับค่าตอบแทนมากขึ้น หรืออย่างน้อยให้ได้เท่าเดิม ส่งผลให้พักผ่อนไม่เพียงพอ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน และส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตจากความเครียด รวมถึงต้องทำงานท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดและฝุ่น PM 2.5 ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความเครียดสะสม นอกจากนี้ ยังมีปัญหาระหว่างการทำงานที่หลายคนต้องเผชิญ เช่น การถูกคุกคามทางเพศ และการดูหมิ่นต่าง ๆ ดังนั้น สิ่งที่อยากเรียกร้องไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องคือ การมีสิทธิและสวัสดิการที่เหมาะสม เช่น การจัดสถานที่เลี้ยงลูกสำหรับไรเดอร์ที่ปลอดภัย ราคาไม่แพงและเข้าถึงได้ การช่วยเจรจาไม่ให้ค่ารอบต่ำกว่า 40 บาท และหากไรเดอร์ต้องหยุดวิ่งงานชั่วคราว ต้องไม่ถูกปิดกั้นการมองเห็นหรือถูกหักเปอร์เซ็นต์ เป็นต้น

นางสาวศรีไพร นนทรีย์ นักเคลื่อนไหวกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง กล่าวว่า ปัญหาการคุกคามทางเพศต่อกลุ่มไรเดอร์ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มไรเดอร์หญิง ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่ามีไรเดอร์บางส่วนไปคุกคามผู้อื่นเช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องร่วมกันแก้ไขเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับทุกฝ่าย สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น ข้าวของมีราคาแพง แต่รายได้ไม่เพิ่มขึ้นตาม อีกทั้งมูลค่าเงินในกระเป๋าลดลง ส่งผลกระทบไม่เพียงแต่ตัวไรเดอร์เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อครอบครัว ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบาก เกิดความขัดแย้งภายในครอบครัว และนำไปสู่ความรุนแรงในครอบครัวอันมีสาเหตุมาจากความกดดันทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกัน แรงงานกลุ่มอื่น ๆ ก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ และเผชิญความเสี่ยงจากการเลิกจ้าง โดยเฉพาะความกังวลว่าจะไม่ได้รับเงินชดเชยตามสิทธิที่ควรได้รับ ดังนั้นจึงอยากให้รัฐเข้ามาดูแลให้เกิดความเป็นธรรม รวมถึงกรณีผู้ประกันตนที่ยังรอการประกาศใช้ระเบียบบำนาญสูตรแคร์ ก็อยากให้เร่งรัด หากสามารถประกาศใช้ได้ภายในวันแรงงานแห่งชาตินี้ ก็จะถือเป็นของขวัญสำคัญให้กับผู้ใช้แรงงาน

นายสุทัศน์ เอี่ยมแสง ประธานสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ การตัดเย็บเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์หนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศส่งผลกระทบต่อแรงงาน ทำให้นายจ้างมองว่าแรงงานเป็นต้นทุนที่สูงจากการมีสวัสดิการ อีกทั้งยังมีการรวมตัวเรียกร้องสิทธิเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงเกิดการเลิกจ้างพนักงานประจำ และหันไปใช้แรงงานซับคอนแทรกต์หรือแรงงานต่างด้าว เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายสวัสดิการตามกฎหมาย หากแนวโน้มนี้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต จะส่งผลให้แรงงานไทยขาดความมั่นคง และเกิดภาวะแรงงานถดถอย เนื่องจากปัจจุบันแรงงานจำนวนมากยังมีภาระหนี้สิน การเลี้ยงดูครอบครัว และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ดังนั้น เนื่องในวันแรงงานปีนี้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลลงนามในอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 แก้ไขพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ให้ลูกจ้างมีสิทธิในการรวมตัวจัดตั้งสหภาพแรงงานและเจรจาต่อรอง พร้อมทั้งควบคุมราคาสินค้า กำกับการเลิกจ้างแรงงานเหมาค่าแรงให้เข้าสู่ระบบการจ้างงานที่มีสวัสดิการอย่างเป็นธรรม รวมถึงรับรองและประกาศใช้บำนาญสูตรแคร์ และการปรับค่าจ้างที่เหมาะสม เป็นต้น



