แชร์

“บ้าน” อาจไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคน เมื่อการล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้นโดยคนในครอบครัว

อัพเดทล่าสุด: 22 พ.ค. 2026
8 ผู้เข้าชม

“บ้าน” อาจไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคน เมื่อการล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้นโดยคนในครอบครัว

เวลาพูดถึง “ความรุนแรงทางเพศ” คนจำนวนมากมักนึกถึงอันตรายจากคนนอก แต่ในความเป็นจริง เด็กจำนวนไม่น้อยกลับถูกล่วงละเมิดจาก “คนใกล้ตัว” หรือแม้แต่คนในครอบครัวของตนเอง

ปี 2568 มูลนิธิหญิงชาวก้าวไกลพบข่าวความรุนแรงทางเพศจำนวน 171 ข่าว โดย 73 ข่าว หรือร้อยละ 42.7 ผู้กระทำเป็น “คนในครอบครัว”

สิ่งที่น่ากังวลคือ ความรุนแรงลักษณะนี้มักถูกปกปิด เลี่ยงที่จะพูดถึง และเกิดขึ้นซ้ำ ๆ เพราะผู้กระทำมักเป็นผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า ทั้งในด้านอายุ สถานะทางเศรษฐกิจ หรือบทบาทในครอบครัว

คุณจะเด็จ เชาวน์วิไล ที่ปรึกษามูลนิธิหญิงชายก้าวไกล สะท้อนว่า รากของปัญหานี้เชื่อมโยงกับ “โครงสร้างอำนาจในครอบครัว” และแนวคิดชายเป็นใหญ่ ที่ทำให้ผู้ชายบางคนเชื่อว่าตนเองมีอำนาจควบคุมคนในบ้าน โดยเฉพาะเด็กซึ่งแทบไม่มีอำนาจต่อรองใด ๆ

ในหลายกรณี เด็กไม่ได้ถูกข่มขู่ด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว แต่ถูกทำให้หวาดกลัว สับสน หรือถูกทำให้เชื่อว่าตนไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เพราะผู้กระทำคือคนที่เด็กต้องเรียกว่า “พ่อ” “พี่” “ลุง” หรือคนที่ครอบครัวไว้วางใจ

ความเจ็บปวดจึงไม่ได้มีแค่เรื่องการถูกล่วงละเมิดทางร่างกาย แต่ยังรวมถึงความรู้สึกถูกกระทำจากคนที่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดในชีวิต ขณะเดียวกัน อุปสรรคสำคัญในการช่วยเหลือเด็กกลับไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่คือ “ทัศนคติของคนรอบตัว”

หลายครั้ง เมื่อเด็กพยายามบอกความจริง กลับไม่มีใครเชื่อ หรือถูกบอกให้เงียบไว้ เพราะผู้ใหญ่ในบ้านไม่อยากให้ครอบครัวแตกแยก บางกรณีแม่เลือกอยู่ข้างสามี หรือไม่กล้าดำเนินคดี เพราะยังต้องพึ่งพารายได้และอำนาจของฝ่ายชาย

สิ่งเหล่านี้ทำให้เด็กจำนวนมากต้องอยู่ในบ้านเดียวกับผู้กระทำ และใช้ชีวิตท่ามกลางความหวาดกลัวโดยไม่มีทางออก

อย่างไรก็ตาม การตั้งคำถามว่า “ทำไมแม่ไม่ช่วยลูก” อาจง่ายเกินไป หากมองข้ามความจริงว่า ผู้หญิงจำนวนมากเองก็อยู่ภายใต้โครงสร้างอำนาจแบบชายเป็นใหญ่เช่นกัน

ผู้หญิงบางคนไม่มีรายได้ของตัวเอง ไม่มีที่ไป ไม่มีระบบรองรับ หากลุกขึ้นต่อต้านสามีอาจหมายถึงการสูญเสียทั้งที่อยู่อาศัย ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือแม้แต่ความปลอดภัยของตัวเองและลูก

ในหลายครอบครัว เรื่องการล่วงละเมิดทางเพศจึงถูกทำให้เงียบ ถูกกดทับ หรือถูกบังคับให้ “ลืมมันไป” เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของครอบครัวเอาไว้ โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีสถานะทางสังคมสูง การเปิดเผยเรื่องเช่นนี้มักถูกมองว่าเป็น “เรื่องน่าอับอาย” มากกว่าจะมองว่าเป็นอาชญากรรมที่ต้องได้รับความยุติธรรม

ความรุนแรงทางเพศจึงไม่ได้เกิดเฉพาะในครอบครัวยากจน หรือเฉพาะคนบางกลุ่ม แต่เกิดขึ้นได้ในทุกชนชั้น เพียงแต่บางครอบครัวมีอำนาจมากพอที่จะทำให้เรื่องเงียบลง

อีกปัญหาสำคัญที่ทำให้ผู้ถูกกระทำจำนวนมากไม่กล้าพูด คือวัฒนธรรม “โทษผู้ถูกกระทำ” หรือ Victim Blaming

เมื่อเด็กออกมาพูดว่า ถูกคนในบ้านล่วงละเมิด สังคมมักตั้งคำถามทันทีว่า “จริงหรือเปล่า” “ทำไมเพิ่งพูด” หรือ “คนในครอบครัวจะทำแบบนั้นได้ยังไง” คำถามเหล่านี้กำลังสะท้อนว่า สังคมยังยึดติดกับภาพจำว่า “ครอบครัวคือพื้นที่ปลอดภัย” ทั้งที่ในความจริง เด็กคือคนที่มีอำนาจต่อรองน้อยที่สุดในบ้าน

การล่วงละเมิดทางเพศในครอบครัวเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่เกี่ยวข้องกับอำนาจ ความสัมพันธ์ในครอบครัว และค่านิยมของสังคมทั้งหมด

สิ่งที่ผู้ถูกกระทำต้องการมากที่สุด อาจไม่ใช่แค่คำถามว่า “เกิดอะไรขึ้น” แต่คือการมีใครสักคนที่เชื่อ รับฟัง และยืนยันกับพวกเขาว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของผู้ถูกกระทำ

เพราะไม่มีเด็กคนไหนควรต้องเติบโตมาพร้อมบาดแผลจากบ้านของตัวเอง


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy