3 ปีของการจากไปของ “จีจี้ – สุพิชชา ปรีดาเจริญ” หญิงสาววัย 20 ปี จากเหตุความรุนแรงโดยอดีตคนรัก

เหตุใดความสัมพันธ์ที่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย จึงกลายเป็นพื้นที่ที่อันตรายที่สุดสำหรับใครบางคน
3 ปีของการจากไปของ “จีจี้ – สุพิชชา ปรีดาเจริญ” หญิงสาววัย 20 ปี จากเหตุความรุนแรงโดยอดีตคนรัก เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2566 ยังคงเป็นภาพสะท้อนของปัญหาความรุนแรงในความสัมพันธ์แบบคู่รักที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสังคมไทย และมักถูกมองข้ามว่าเป็น “เรื่องส่วนตัว”
เมื่อพิจารณาจากข้อมูลการติดตามข่าวของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เห็นชัดว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและคู่รักไม่ได้ลดลง แต่กำลัง “ขยายตัว” และ “ทวีความรุนแรง” มากขึ้น
ในปี 2566 พบข่าวความรุนแรงในครอบครัวจำนวน 1,086 ข่าว เพิ่มเป็น 1,529 ข่าวในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 443 ข่าว คิดเป็นประมาณ 40.8% ภายในปีเดียว
ขณะเดียวกัน หากพิจารณาในเชิง “ระดับความรุนแรงของเหตุการณ์” จะยิ่งน่ากังวลมากขึ้น ข่าวการทำร้ายร่างกายเพิ่มจาก 433 เป็น 638 ข่าว หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 47.3% ข่าวการฆ่ากันเพิ่มจาก 388 เป็น 562 ข่าว หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 44.8% และที่สะท้อนความรุนแรงระดับสูง คือเหตุ “ฆ่ายกครัว” ที่เพิ่มจาก 3 เป็น 11 ข่าว
ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ความรุนแรงไม่ได้เพิ่มขึ้นเพียง “จำนวนครั้ง” แต่กำลังขยับไปสู่ “ความรุนแรงถึงชีวิต” มากขึ้นอย่างชัดเจน
ในมิติของความสัมพันธ์ “คู่รัก” ยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เกิดความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เฉพาะปี 2567 พบข่าวการทำร้ายกันในคู่รัก (แฟน) 153 ข่าว และการฆ่ากันอีก 109 ข่าว
เมื่อเทียบกับปี 2566 การทำร้ายในคู่รักเพิ่มจาก 102 เป็น 153 ข่าว หรือเพิ่มขึ้น 50% ขณะที่การฆ่ากันเพิ่มจาก 64 เป็น 109 ข่าว หรือเพิ่มขึ้นถึง 70.3%
ลักษณะการก่อเหตุส่วนใหญ่ยังคงเป็นการใช้อาวุธ เช่น ปืนและของมีคม ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ความรุนแรงในความสัมพันธ์แบบคู่รักไม่ได้เป็นเพียง “เหตุการณ์เฉพาะราย” แต่กำลังเพิ่มขึ้นทั้งในความถี่และความรุนแรง
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ยังคงปรากฏอย่างต่อเนื่อง คือ “ปัจจัยกระตุ้น” แม้สัดส่วนจะใกล้เคียงกันในทั้งสองปี แต่เมื่อจำนวนเหตุเพิ่มขึ้นก็ทำให้จำนวนเหตุที่มีปัจจัยเหล่านี้ “เพิ่มขึ้นตามไปด้วย”
แอลกอฮอล์เกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรง จาก 316 ข่าว เป็น 448 ข่าว หรือเพิ่มขึ้น 41.8% ยาเสพติดเกี่ยวข้อง จาก 283 ข่าว เป็น 412 ข่าว หรือเพิ่มขึ้น 45.6% แม้คิดเป็นสัดส่วนใกล้เคียงเดิม (ประมาณ 1 ใน 3 ของทั้งหมด) แต่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นสะท้อนว่าปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงเป็น “เชื้อไฟ” ที่ทำให้ความรุนแรงในคู่รักปะทุขึ้น
เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ชัดว่าในระยะเวลาเพียง 1 ปี
ความรุนแรงเพิ่มขึ้นกว่า 40%
ความรุนแรงถึงชีวิตเพิ่มขึ้นเกือบ 45%
และในกลุ่มคู่รักเอง เพิ่มขึ้นสูงถึง 50–70%
และเมื่อย้อนกลับไปมองเหตุการณ์ของจีจี้ จะเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องฉับพลัน แต่สอดคล้องกับรูปแบบความรุนแรงที่พบซ้ำในสังคม ทั้งความหึงหวง การควบคุม การง้อขอคืนดีไม่สำเร็จ หรือความโกรธที่ถูกกระตุ้นจนกลายเป็นความรุนแรง
สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กัน คือความรุนแรงที่ไม่ได้จบลงแค่การทำร้ายผู้อื่น แต่ยังลุกลามไปสู่การทำร้ายตัวเอง ข้อมูลระบุว่า ข่าวการฆ่าตัวตายที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ยังคงมีจำนวนสูง และส่วนใหญ่เกิดจากความเครียด ความน้อยใจ หรือปัญหาชีวิตที่ทับซ้อน
สะท้อนว่า ความรุนแรงในความสัมพันธ์ ไม่ได้ทำลายเพียง “คนหนึ่งคน” แต่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อชีวิตและจิตใจของผู้คนจำนวนมาก
ย้อนกลับไปในปี 2567 มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับ BBDO Bangkok และ สสส. ขับเคลื่อนแคมเปญ “Bring Back 2nd Chance of Life” คืนโอกาสดีๆ ให้ตัวเอง และเลิกให้โอกาสที่ 2 กับความรุนแรง เพื่อชวนให้สังคมตระหนักว่า การให้โอกาสครั้งที่สองกับความสัมพันธ์ที่มีความรุนแรงอาจไม่ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเสมอไป และในบางกรณี อาจหมายถึงการไม่มีโอกาสครั้งต่อไปในชีวิต

ครบรอบ 3 ปี การจากไปของจีจี้ สะท้อน 3 มิติสำคัญ เพื่อให้การจากไปของเธอเป็นแรงผลักดัน และเป็นบทเรียนที่มีคุณค่าต่อสังคม
1.มิติการยุติความรุนแรงในความสัมพันธ์
“เลิกให้โอกาสที่ 2 กับความรุนแรง” การรำลึกถึงบทเรียนที่ว่า ความรุนแรงเมื่อเกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้วมักจะมีครั้งต่อ ๆ ไปเสมอ จึงต้องสนับสนุนให้ผู้ที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษกล้าที่จะออกมา เพื่อรักษาชีวิตและโอกาสของตนเอง
2.มิติการคืน “โอกาส” และ “ความฝัน” ให้คนรุ่นใหม่
จีจี้คือตัวแทนของเยาวชนที่มีอนาคตไกลและมีความสามารถหลากหลาย การรำลึกถึงเธอในมิตินี้ จะช่วยกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องเด็กและสตรีจากความรุนแรง เพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสใช้ชีวิตและทำตามความฝัน อย่างที่จีจี้ควรจะได้รับ
3.มิติเชิงระบบและการเข้าถึงอาวุธปืน
สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ควรถูกพูดถึง เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย โดยเฉพาะการเข้าถึงอาวุธปืนของเยาวชนหรือบุคคลใกล้ชิด การรำลึกในมิตินี้จึงเป็นการย้ำเตือนว่า ไม่ควรมีการใช้อำนาจหรืออาวุธมาตัดสินปัญหาในความสัมพันธ์
“Bring Back 2nd Chance of Life” จะทำให้ชื่อของจีจี้ไม่ใช่เพียงความสูญเสีย แต่เป็นแสงสว่างที่ช่วยให้ใครบางคนมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ และไม่ต้องเผชิญความรุนแรงซ้ำอีก

มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลขอแสดงความเสียใจและรำลึกถึงการจากไปของ “จีจี้ – สุพิชชา ปรีดาเจริญ” พร้อมขอให้สังคมไทยร่วมกันตระหนักและให้ความสำคัญกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและคู่รัก เพื่อไม่ให้ชื่อของ “จีจี้” กลายเป็นเพียงอีกหนึ่งชื่อในสถิติ ขณะที่ความรุนแรงยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า


