อย่าเรียกว่าอาชีพใหม่… แต่มันคือปัญหาเดิมที่ไม่เคยถูกแก้

อย่าเรียกว่าอาชีพใหม่… แต่มันคือปัญหาเดิมที่ไม่เคยถูกแก้
แม้กฎหมายคุ้มครองการคุกคามทางเพศจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ในอีกด้านหนึ่ง “กฎหมายแรงงาน” โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับแรงงานแพลตฟอร์ม กลับยังคงตั้งคำถามใหญ่ว่า ขยับไปข้างหน้ามากน้อยเพียงใด
คุณวรดุลย์ ตุลารักษ์ นักวิชาการและนักวิจัยอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาของไรเดอร์ไม่ใช่เรื่องใหม่อย่างที่สังคมมักเข้าใจ
“เราอย่าพูดว่าไรเดอร์เป็นอาชีพใหม่ เราพูดว่าเป็นอาชีพที่ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา… ไม่ใช่ปัญหาใหม่ แต่เป็นปัญหาดั้งเดิม”
แม้อาชีพนี้จะมีมานานกว่า 10 ปี แต่สิ่งที่ยังขาดคือ “การยอมรับในเชิงโครงสร้าง” ทั้งในด้านกฎหมาย สิทธิ และหลักประกันพื้นฐาน
เศรษฐกิจชะลอ แต่ค่าครองชีพพุ่ง แรงงานกำลังถูกบีบสองด้าน
สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันยิ่งทำให้ปัญหานี้รุนแรงขึ้น เพราะแรงงานจำนวนมากกำลังเผชิญกับภาวะที่รายได้ไม่เติบโต แต่ค่าใช้จ่ายกลับเพิ่มขึ้น
“มันเป็นภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตน้อย แต่เงินเฟ้อสูง… กะเพราไข่ดาวก็แพง แต่รายได้เราก็ต่ำลงด้วย”
ในทางเศรษฐศาสตร์ ภาวะนี้เรียกว่า stagnation ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่แก้ไขได้ยาก เพราะเครื่องมือนโยบายมัก “ติดล็อก” ไปทั้งสองทาง เช่น หากขึ้นดอกเบี้ยเพื่อลดเงินเฟ้อ ก็อาจยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจให้ชะลอลงไปอีก
ผลลัพธ์คือ “แรงงาน” โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ต้องรับภาระหนักขึ้น ทั้งต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้น และความไม่มั่นคงในการทำงาน
วิกฤตซ้อนวิกฤต เมื่อวิกฤตสิ่งแวดล้อมถาโถมเข้ามา
นอกจากเศรษฐกิจแล้ว โลกกำลังเผชิญอีกหนึ่งแรงกดดันสำคัญ คือวิกฤตสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น PM2.5 อุณหภูมิที่สูงขึ้น หรือภัยพิบัติที่รุนแรงและถี่ขึ้น
“ปัญหาเก่ายังไม่ได้แก้ แต่มีปัญหาใหม่เข้ามา… มันทำให้กลุ่มเปราะบาง กลายเป็นเปราะบางถาวร”
สำหรับแรงงานอย่างไรเดอร์ ซึ่งต้องทำงานกลางแจ้ง ผลกระทบเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือความเสี่ยงที่ต้องเผชิญทุกวัน ตั้งแต่การสูดฝุ่นพิษ ไปจนถึงความเสี่ยงจากอากาศร้อนจัดหรือฝนตกหนัก
![]()
“ปรับตัว” ไม่ใช่เรื่องเท่ากันสำหรับทุกคน
คุณวรดุลย์ย้ำว่า เวลาพูดถึงการ “ปรับตัว” เรามักมองข้ามความเหลื่อมล้ำที่ซ่อนอยู่
“บางคนบอกว่าน้ำมันแพงก็ไปใช้รถไฟฟ้าสิ… แต่คนที่ยังไม่รู้เลยว่ามื้อเย็นจะกินอะไร จะเอาที่ไหนไปเปลี่ยนรถ”
ประโยคนี้สะท้อนช่องว่างอย่างชัดเจน ระหว่างคนที่มีทรัพยากรในการปรับตัว กับคนที่ต้องดิ้นรนเพียงเพื่ออยู่รอดในแต่ละวัน ดังนั้น โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ “เศรษฐกิจโตหรือไม่” แต่คือ “การกระจายผลประโยชน์” อย่างเป็นธรรม
“ไม่ว่าจะโตสูงหรือโตต่ำ การกระจายรายได้ที่เป็นธรรมมันต้องเกิดขึ้น”
ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังคงอยู่
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกเน้นย้ำ คือ “ความเหลื่อมล้ำ” ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เมื่อปัญหาเดิมยังคงอยู่ และมีปัญหาใหม่เข้ามาซ้ำเติม ประเทศจึงขาด “ความยืดหยุ่น” ในการรับมือกับวิกฤต ผลกระทบจึงตกหนักไปที่กลุ่มเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นคือแรงงานนอกระบบ คนรายได้น้อย และผู้ที่ไม่มีหลักประกัน
สวัสดิการรูปแบบใหม่สำหรับโลกที่เปลี่ยนไป
ในตอนท้าย คุณวรดุลย์เสนอว่า การแก้ปัญหาต้องคิดใหม่ทั้งระบบ และต้องเป็น “แพ็กเกจ” ที่ครอบคลุมหลายมิติ “เราต้องคิดถึงสวัสดิการรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อรับกับสิ่งใหม่ ๆ”
ข้อเสนอที่ถูกหยิบยกขึ้นมา เช่น
- การจัดจุดพักและน้ำดื่มสำหรับไรเดอร์
- การสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันฝุ่น PM2.5
- การกำหนดมาตรฐานการทำงานในสภาพอากาศรุนแรง
- ระบบชดเชยต้นทุน เช่น ค่าน้ำมัน
- และที่สำคัญคือ ระบบประกันสังคมและสุขภาพที่ครอบคลุมแรงงานแพลตฟอร์ม
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียง “สวัสดิการเพิ่มเติม” แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” ที่ต้องมีในโลกการทำงานยุคปัจจุบัน
แรงงานเข้มแข็งเท่ากับเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
ท้ายที่สุด เขาย้ำชัดว่า การยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน ไม่ใช่เรื่องเฉพาะกลุ่ม แต่คือรากฐานของทั้งระบบเศรษฐกิจ
“แรงงานที่เข้มแข็ง คือรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย”
และหากยังปล่อยให้ปัญหาเดิมค้างคา ขณะที่วิกฤตใหม่ถาโถมเข้ามา สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่แค่ความเปราะบาง “ชั่วคราว” แต่จะกลายเป็นความเปราะบางที่ฝังรากลึกในสังคมไทยระยะยาว
![]()
เรียบเรียงจากงานเสวนา “ส่องกล้องแรงงานไทยในสถานการณ์วิกฤตกับคุณภาพชีวิตที่ถดถอย” วันที่ 29 เมษายน 2569 โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพฯ
รับชมเสวนา “ส่องกล้องแรงงานไทยในสถานการณ์วิกฤตกับคุณภาพชีวิตที่ถดถอย” ย้อนหลังได้ที่ https://youtu.be/2rIl2vvsxSI?si=uAsnCd3USHCUTN1D


