แชร์

เมื่อการล่วงละเมิดทางเพศ เกิดขึ้นจากคนในครอบครัว

อัพเดทล่าสุด: 21 พ.ค. 2026
18 ผู้เข้าชม

 “การล่วงละเมิดทางเพศ” ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากคนแปลกหน้า แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากบุคคลที่ผู้ถูกกระทำไว้วางใจมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพี่น้อง พ่อแม่ ญาติ หรือคนใกล้ชิดภายในครอบครัวเดียวกัน

หลายครั้ง สังคมมักจินตนาการถึงผู้กระทำความรุนแรงทางเพศว่าเป็นคนแปลกหน้า หรือบุคคลอันตรายนอกบ้าน แต่ข้อเท็จจริงกลับพบว่า “บ้าน” ซึ่งควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุด อาจกลายเป็นพื้นที่ที่ความรุนแรงถูกปกปิด ซ่อนเร้น และเกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดยยากจะพูดถึง

ข้อมูลจาก มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ซึ่งรวบรวมข่าวความรุนแรงทางเพศจากสื่อมวลชน ชี้ให้เห็นว่า ในปี 2568 มีข่าวความรุนแรงทางเพศจำนวน 171 ข่าว โดยถึง 73 ข่าว หรือร้อยละ 42.7 ผู้กระทำเป็น “คนในครอบครัว” ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับคนรู้จักหรือคนแปลกหน้า

ขณะที่ข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ปี 2567 พบว่า มีข่าวความรุนแรงทางเพศของบุคคลในครอบครัว จำนวน 75 ข่าว เพิ่มขึ้นจาก 46 ข่าวในปี 2566 หรือเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 63 สะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มูลนิธิฯ มองว่า ปัญหาความรุนแรงทางเพศในครอบครัวไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเฉพาะบุคคล แต่เกี่ยวข้องกับทั้งมิติเชิงโครงสร้างทางสังคม และทัศนคติที่เอื้อให้ความรุนแรงดำรงอยู่ การปกป้องผู้กระทำ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับบาดแผลทางจิตใจ รวมถึงวงจรการซ้ำเติมจากสังคมที่ทำให้ผู้ถูกกระทำจำนวนมากไม่กล้าเปิดเผยความจริง ดังนี้

• ความย้อนแย้งเชิงโครงสร้าง

“พื้นที่ปลอดภัย” ที่อันตรายที่สุด

ครอบครัวถูกนิยามว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดของชีวิต แต่สถิติที่พบว่ากว่าร้อยละ 42.7 ของผู้กระทำเป็นคนในครอบครัว กลับสะท้อนว่าพื้นที่ซึ่งควรปลอดภัยที่สุด อาจกลายเป็นพื้นที่เกิดการล่วงละเมิดสูงที่สุดเช่นกัน

อำนาจชายเป็นใหญ่ อำนาจเหนือและระบบอาวุโส

ผู้กระทำมักใช้อำนาจจากความเป็นเครือญาติ ลำดับอาวุโส หรือบทบาทผู้นำครอบครัว มากดทับ บังคับ หรือข่มขู่ไม่ให้ผู้ถูกกระทำขัดขืนและเปิดเผยเรื่องราว

ความไว้วางใจที่ถูกทำลาย

การล่วงละเมิดโดยคนในครอบครัว ส่งผลกระทบทางจิตใจรุนแรงกว่าการถูกกระทำโดยคนแปลกหน้า เพราะเป็นการทำลาย “ความไว้วางใจพื้นฐาน” (Basic Trust) ที่มนุษย์ควรมีต่อคนใกล้ชิดและโลกที่ตนอาศัยอยู่

การปกป้องผู้กระทำในครอบครัว

การรักษาหน้าตาและภาพลักษณ์ครอบครัว
หลายครอบครัวเลือกใช้ “ความเงียบ” หรือการเพิกเฉย เพื่อรักษาชื่อเสียง ภาพลักษณ์ หรือสถานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว มากกว่าการปกป้องผู้ถูกกระทำ

การโดดเดี่ยวของผู้ถูกกระทำ

เมื่อครอบครัวไม่เชื่อหรือไม่ปกป้อง ผู้ถูกกระทำมักเผชิญภาวะโดดเดี่ยวทางอารมณ์ และต้องแบกรับภาระทางจิตใจเพียงลำพัง

การกดดันให้ยอมความ

มักมีการใช้คำพูดเชิงศีลธรรม เช่น “เขาเป็นพี่น้องกัน” หรือ “เห็นแก่พ่อแม่” เพื่อกดดันให้ผู้ถูกกระทำอโหสิกรรม หรือยุติการดำเนินการต่อผู้กระทำ

• ความเข้าใจผิดเรื่องบาดแผลทางจิตใจ

“ไม่ขัดขืน” ไม่ได้แปลว่า “สมยอม”

สังคมมักตัดสินว่า หากผู้ถูกกระทำไม่ต่อสู้หรือไม่ร้องขอความช่วยเหลือ แปลว่าสมยอม แต่ในทางจิตวิทยา ผู้ถูกกระทำจำนวนมากอาจอยู่ในภาวะ “ร่างกายแข็งทื่อจากความกลัว” (Freeze Response) จนไม่สามารถตอบโต้ได้

การอยู่รอดร่วมกับบาดแผล

การที่ผู้ถูกกระทำยังยิ้ม ถ่ายรูป หรือใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวได้ ไม่ได้แปลว่าไม่เจ็บปวด แต่เป็นกลไกการปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถหลีกหนีได้

ผลกระทบที่ซ่อนอยู่

ความเครียด ความกดดัน และสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ อาจพัฒนาไปสู่โรคซึมเศร้า หรือภาวะเครียดหลังผ่านเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD) ในระยะยาว

• วงจรการลงโทษซ้ำจากสังคม

การสืบสวนซ้ำเติม

เมื่อผู้ถูกกระทำออกมาเปิดเผยเรื่องราว มักต้องเผชิญการตั้งคำถาม การจับผิด หรือการแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดียที่พุ่งเป้าไปยังพฤติกรรม อดีต หรือชีวิตส่วนตัวของผู้ถูกกระทำ

การลดทอนคุณค่าของผู้ถูกกระทำ

วาทกรรมอย่าง “เรียกร้องความสนใจ” “คิดไปเอง” หรือ “ไปอ่อยพี่ชายหรือเปล่า” เป็นการปฏิเสธความจริงและลดทอนความรุนแรงของปัญหา ซึ่งไม่เพียงซ้ำเติมผู้ถูกกระทำ แต่ยังทำให้ผู้ถูกกระทำรายอื่นไม่กล้าเปิดเผยตัวหรือขอความช่วยเหลือ

ปัญหาความรุนแรงทางเพศในครอบครัวจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ควรถูกปิดเงียบไว้ภายใต้คำว่า “เรื่องในบ้าน” เพราะทุกครั้งที่สังคมเลือกเงียบ เลือกปกป้องผู้กระทำ หรือโยนความผิดกลับไปที่ผู้ถูกกระทำ ย่อมหมายถึงการปล่อยให้ความรุนแรงดำรงอยู่ต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

การรับฟังผู้ถูกกระทำอย่างไม่ตัดสิน การสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคนสามารถพูดความจริงได้ รวมถึงการหยุดวัฒนธรรมโทษผู้ถูกกระทำ คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะทำให้สังคมไทยไม่ต้องมีใครเติบโตมาพร้อมบาดแผลจากความรุนแรงทางเพศ ที่ถูกซ่อนอยู่หลังคำว่า “ครอบครัว”


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy